Pondd Sugthana

วันนี้ผมได้มีโอกาสมาเปิดอ่านหนังสือของ Ray Dalio ที่ชื่อว่าPrinciple หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมซื้อมาวางไว้สักพักเพราะรู้สึกว่าหนาและอ่านยาก ก็เลยตัดสินใจลองมาอ่านอย่างน้อยวันละบทและ เอามาเขียนบันทึกไว้เป็นที่จำ ชอบในหัวข้อ ที่คุณ Ray แนะนำว่าควรอยู่อย่างเปิดใจ (Open-minded) และโปร่งใส (Transparent) มันฟังดูไม่ซับซ้อนแต่เหมือนจะทำได้ยาก เพราะการเปิดใจหมายความว่าเราพร้อมที่จะยอมรับว่าเราผิด และผมก็มั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ยิ่งเราอายุมากขึ้นเราก็จะมีความมั่นใจอะไรบางอย่างในตัวว่าสิ่งที่เราคิดมันดีมันถูกแล้วเป็นประสบการณ์

บทที่ 1.3 ว่าด้วยการอยู่อย่างเปิดใจและโปร่งใส
บทที่ 1.3 ว่าด้วยการอยู่อย่างเปิดใจและโปร่งใส

วันนี้ผมได้มีโอกาสมาเปิดอ่านหนังสือของ Ray Dalio ที่ชื่อว่าPrinciple หนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ผมซื้อมาวางไว้สักพักเพราะรู้สึกว่าหนาและอ่านยาก ก็เลยตัดสินใจลองมาอ่านอย่างน้อยวันละบทและ เอามาเขียนบันทึกไว้เป็นที่จำ

ชอบในหัวข้อ ที่คุณ Ray แนะนำว่าควรอยู่อย่างเปิดใจ (Open-minded) และโปร่งใส (Transparent) มันฟังดูไม่ซับซ้อนแต่เหมือนจะทำได้ยาก

เพราะการเปิดใจหมายความว่าเราพร้อมที่จะยอมรับว่าเราผิด และผมก็มั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องที่ง่าย ยิ่งเราอายุมากขึ้นเราก็จะมีความมั่นใจอะไรบางอย่างในตัวว่าสิ่งที่เราคิดมันดีมันถูกแล้วเป็นประสบการณ์

ส่วนอีกข้อหนึ่งคือการอยู่อย่างโปร่งใส ผมว่าเรื่องนี้มีความซับซ้อนกว่า แน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราจะไม่ปิดบังอะไรใคร เหมือนกับคำกล่าวที่ว่าถ้าคุณพูดความจริงเสมอคุณจะไม่ต้องจำอะไรเลย ยิ่งเราปิดบังใครมาก มีเรื่องซับซ้อนเยอะ ก็ต้องเสียเวลามานั่งจำว่าเคยพูดอะไรไว้

แต่สิ่งที่หนังสือเล่มนี้เพิ่มขึ้นมาให้ คือมุมมองที่ว่าถ้าเราคงอยู่อย่างเปิดใจและโปร่งใสจะทำให้เราเรียนรู้จากความผิดพลาดของเราเร็วขึ้น กล่าวได้ว่าถ้าเราหัดเล่นดนตรีเวลาเราดีดกีตาร์แล้วเสียงเพี้ยนเราจะรู้ว่าเราทำผิดแล้วแก้ไขมันได้ทันทีและฝึกไปเรื่อยเรื่อยจนวันนึงเราก็จะเล่นสายกีตาร์ได้อย่างไม่ผิดเพี้ยน

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้เพราะเราได้ยินเสียงอันที่เรากดทันที ลองคิดตามดูว่าถ้าเสียงที่เรากดไม่เกิดขึ้นทันที โอกาสที่เราจะเรียนรู้และเก่งขึ้นก็นับว่ายาก

อีกทั้งเราไม่ควรคิดว่าเราคือคนที่รู้คำตอบที่ดีที่สุดของปัญหาของตัวเราเองเสมอไปแน่นอนสุดท้ายเราคือคนที่เราควรเป็นคนที่ตัดสินใจในชีวิตของตัวเอง (ชีวิตเป็นของเรา ตามที่พี่ตูนบอกเราไว้) แต่ว่าคนเรามีจุดอ่อน แข็งแตกต่างกันมีมุมมองและประสบการณ์ที่แตกต่างกันการที่เราปิดบังหรือปิดใจจะทำให้เราเข้าถึงคำแนะนำดีดีเหล่านี้ได้ยาก

Ray ได้เตือนอีกว่าอย่าให้ความกลัวมาทำให้เราไม่สามารถเปิดใจและอีกอย่างโปร่งใสได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความกลัวที่คนอื่นจะตัดสินเรา อันนี้น่าสนใจ คุณ Ray เปรียบเทียบว่าเหมือนกับการหัดพูดในที่สาธารณะมันเป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้และก้าวข้ามมันไปได้ ผมเห็นด้วยและอยากเสริมอีกว่าไม่ว่าภาพที่เราปรุงแต่งเป็นแบบไหนถ้าคนจะตัดสินเราเค้าก็ตัดสินเราอยู่ดีและเราควรมีชีวิตอยู่โดยแนวทางของตัวเองมากกว่าแนวทางที่คนอื่นคิดว่าดี

--

--